สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐม ทรงเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกของโลก
หน้าแรก
สมเด็จองค์ปฐม
หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์
รวมคำสอนพระสุปฏิปันโน
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
ธรรมปกิณกะ
บุคคลตัวอย่าง
หมวดบทสวดมนต์
ฤกษ์พรหมประสิทธิ์
หนีนรก
เรื่องจริงอิงนิทาน
มรณานุสติ
พรหมวิหารสี่
ทางสายเข้าสู่พระนิพพาน
ประชาสัมพันธ์


รวมคำสอนพระสุปฏิปันโน

คำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
เราทั้งหลายเกิดมาด้วยวาสนา มีบุญพอเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มภูมิดังที่ทราบอยู่แก่ใจ อย่าลืมตัว ลืมวาสนา โดยลืมสร้างคุณงามความดีเสริมต่อ ภพชาติของเราที่เคยเป็นมนุษย์ จะเปลี่ยนแปลง และกลับกลาย หายไปเป็นชาติที่ต่ำทราม ท่านจึงสอนไม่ให้ดูถูกเหยียดหยามกัน ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถระ
สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรไปทำความผูกพัน เพราะเป็นสิ่งของ ที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง แม้จะนำ ความผูกพัน และมั่นใจในสิ่งนั้น กลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปมิได้ ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร
การสำเร็จมรรคสำเร็จผล ไม่ได้สำเร็จที่อื่นที่ไกล สำเร็จที่ดวงใจของเรา ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่ชา สุภทฺโท
เรื่องของจิตนี้เป็นเรื่องสลับซับซ้อน เมื่อพูดตามความรู้สึกของคน จิตที่มันรู้จิตที่มันไม่รู้มันสลับ ซับซ้อน เรื่องจิตนี้ ถ้าพูดกันง่ายๆ มันก็มีแต่ว่า เรื่องที่มันเกิดทุกข์ กับเรื่องที่มันดับทุกข์ เท่านั้นเอง ............. (อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่ชา สุภทฺโท
คนทั้งโลก จะให้เขามาพูดถูกใจเรามีไหม จะมาทำถูกใจเราทุกคนมีไหม ไม่มี เมื่อไม่มี เราก็เป็นทุกข์ อยู่ตลอดเวลา ถ้าเราไม่มีการปล่อยวาง เราเกิดมาในชีวิตหนึ่ง เราจะหาความสงบว่า คุณต้องทำให้ถูกใจฉัน ฉันจึงจะสงบ ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันก็ไม่สงบ คนคนนี้เกิดมาไม่รู้กี่ชาติ ก็ไม่มีความสงบ เพราะคนหลายคน ใครจะมาพูดให้เราถูกใจเราทุกคน ใครจะมาทำให้ดีทุกคนมัน ไม่มีหรอกอย่างนี้ นี่มันเป็นไหม เราต้องศึกษาอย่างนี้ ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ
การต่อสู้กามกิเลส เป็นสงคราม อันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้ร้ายนัก มันมาทุกทิศทาง ความพอใจก็คือ กิเลส ความไม่พอใจก็คือกิเลส กามกิเลสนี้ อุปมาเหมือน แม่น้ำ ธารน้ำน้อยใหญ่ ไม่มีประมาณ ไหลลงสู่ทะเล ไม่มีที่เต็มฉันใดก็ดี กามตัณหาที่ไม่พอดี ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นแหล่งก่อทุกข์ก่อความเดือดร้อน ไม่ มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดอยู่ที่ใจ สุขก็อยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ใจนี่แหละคือ ตัวเหตุ ทำความพอใจ ให้อยู่ที่ใจนี่ ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่ขาว อนาลโย
สตินี่ ทำให้มันมีกำลังดีแล้วจิตมันจึงจะล่วง เพราะสติคุ้มครองจิต ตัวสติก็คือจิตนั่นแหละ แต่ว่าลุ่มลึกกว่า ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่เทสก์ เทสรฺรํสี
สมบัติ เป็นของไม่มีสาระ ดังกล่าวแล้ว เราได้ทำให้เป็นของมีสาระ ด้วยการแบ่งปัน ให้แก่คนอื่น ด้วยจิต เมตตาสมบัติอันนั้น กลับเข้ามาอยู่ในใจของตน คือความอิ่มใจ พอใจ ที่ตนแบ่งปันไปแล้วนั้น หรือที่เรียกว่า บุญ ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของพระอาจารย์ทูล ขิปฺปปญฺโณ
ถ้าตัดเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ขาดไปจากใจได้ ก็เท่ากับ ตัดกระแสของวัฎฎะ หรือความหมุนเวียน ให้หมดไป ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของพระอาจารย์สิงทอง ธมฺมวโร
การเกิดเป็นมนุษย์นี้ยาก แสนยากลำบากเหลือเกิน กว่าจะเกิดได้ เพราะภพชาติอื่นๆ มันมีมาก สัตว์เขาเกิด เขาก็ตายเหมือนกับเรา แต่เขาไม่ประเสริญ ก็เพราะ เขาไม่ได้คิดในทางดีของเขา เพราะการเกิด เป็นมนุษย์ มันยากลำบากแสนเข็ญ กว่าจะเกิดได้ เมื่อเกิดมาแล้ว ก็อย่าให้ชีวิต ของตัว มันหมดไปเปล่า รีบกระทำบำเพ็ญ คุณงามความดีเอาไว้ ส่วนใดที่ควรจะทำ รีบกระทำเอา ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์
ควรพวกเราทั้งหลายคิดดูให้เห็นโทษและคุณแห่งความตายเสียให้ชัดใจ ผู้มีปัญญาไม่ควรประมาทความ ตายให้เห็นว่าเป็นสมบัติสำหรับตัวเรา เราจะต้องการในกาลอันสมควร คือความตายมาถึงเราสมัยใดสมัย นั้นแหละชื่อว่ากาลอันสมควร ไม่ควรจะเกลียดไม่ควรกลัว ..........(อ่านต่อ)

หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด จนฺทสโร)
จิตของตัวที่เอิบอาบ ในลูกที่เกิดในอก ของตนนั่นแหละ จำได้ รสชาติใจนั้นแน่ เอาใจ ดวงนั้นแหละ เอาไปรักใคร่ เข้าในบุคคลอื่นทุกคน เหมือนกับลูกของตน ให้มีรสชาติอย่างนั้น ถ้ามีรสชาติอย่างนั้นละก็เมต ตาพรหมวิหาร ของตนเป็นแล้ว เมื่อเมตตา พรหมวิหาร เป็นขึ้นเช่นนี้แล้ว อัศจรรย์นัก ไม่ใช่พอดี พอร้าย ให้ใช้อย่างนี้ ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่มีอะไรเกินธรรมดา ท่านสอนให้ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา วางทุกข์เสียให้ รู้ว่าสิ่งนี้เป็นธรรมดา อะไรก็ตามเถอะ ถ้ามันเกิดขึ้นกับเรามันเป็นธรรมดาของโลกทั้งนั้น ในเมื่อร่างกาย เรามีอยู่ในโลกเท่านี้เอง ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ในฐานะที่ท่านทั้งหลาย เป็นสาวกของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็จงอย่าคิดว่าเราจะทำวันเดียว สำเร็จ ค่อยๆทำไป สิ่งไหนบกพร่อง ก็พยายาม ระงับสิ่งนั้น และตั้งใจว่า เราจะไม่ยอมทำสิ่งนั้น ต่อไป วัน หลัง มันอาจจะลืม อาจจะเผลอๆ คิดมาได้ก็คิดว่า ต่อนี้ไปเราจะไม่ทำอย่างนั้น ให้ถือเป็น อธิษฐานบารมี ให้ทรงตัว และมีสัจจบารมี และก็จงเป็น ผู้มีสติสัมปชัญญะ ให้สมบูรณ์แบบ เวลาจะพูด เวลาจะทำหรือเว ลาจะคิด ก็คิดใคร่ครวญเสียก่อนว่า อันนี้มันดีหรือไม่ดี ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
จงอย่าคิดว่า เราจะสร้างความดี กันแค่ความดีสามัญ หรือที่เรียกกันว่า ทำเป็นแค่อุปนิสัย อันนี้ไม่ควร มันจะเป็นการขาดทุนเกินไป ในการที่บำเพ็ญความดีอารมณ์ของเราก็ควรจะคิดว่า อย่างเลวที่สุด เราจะต้อง ตั้งอยู่ในพระโสดาบันเป็นอย่างต่ำ ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
เรา คือ จิตที่สิงภายใน หรือที่เรียกว่า อทิสมานกาย เราจริงๆ คือ จิต ร่างกายเป็นแต่เพียง เรือนร่างที่ อาศัยชั่วคราว เมื่อเรานึกถึง อารมณ์ของจิต คำว่า เรา คือ จิต เราไม่เคยคิดเลยว่า ต้องการ ให้ร่างกาย ของเราแก่ ไม่ต้องการให้หิว ไม่ต้องการ ให้ปวดอุจจาระ ปัสสาวะ ไม่ต้องการให้ป่วยไข้ไม่สบาย ไม่ต้องการให้มีทุกข์อย่างอื่น ไม่ต้องการพลัดพรากจากของรัก ของชอบใจ ไม่ต้องการตายในที่สุด แล้วร่างกาย มันตามใจเราไหม ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ตราบที่เราเป็นคน เราจะสร้างคนอื่นให้พ้นจากความเป็นคนไม่ได้ ต่อว่าเมื่อไหร่เราเลิกเป็นคน ทำใจตนให้เป็นพระ เมื่อนั้นแหละ เราก็สามารถจะเปลี่ยนแปลง สร้างสรรให้คนอื่นเลิกเป็นคนได้ แต่ว่าถ้าเรายังเป็นอยู่ และเข้าไปยุ่งกับคนอื่น บางทีคนๆนั้น เขามีส่วน เป็นคนเต็มร้อยเปอร์เซนต์อยู่แล้ว เมื่อเราเข้าไปยุ่งอีกราย จะกลายเป็นการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ ในการเป็นคน ให้แก่เขามากขึ้น แทนที่จะช่วยให้ เขาพ้นจากความเป็นคน ก็กลายเป็นการเพิ่มคน ให้แก่เขา เรื่องมันก็จะไปกันใหญ่ ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ให้ลูกหลานทั้งหลายจงจดจำคิดว่า "โลกนี้เป็นอนิจจัง ทุกอย่างไม่มีอะไรเที่ยง มันไม่มีการทรง ตัวโลกนี้ ถ้าเราเอาจิตเข้าไปยึดถือ มันก็เป็นทุกข์" ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ขันธ์ 5 หรือ ร่างกาย ที่เราอาศัยอยู่นี้ เป็นเรือนร่าง หรือ บ้านชั่วคราว ไม่มีความเที่ยงแท้ถาวร ร่างกายนี้ เป็นชิ้นเป็นส่วน ไม่เป็นแท่งทึบ มีพังผืด เอ็นใหญ่ เอ็นน้อย ร้อยรัดรึงชิ้นส่วนกระดูก เนื้อหนังประคับ ประคองกันเข้าไว้ เป็นเรือนร่าง มีหนังห่อหุ้ม ปกปิดสิ่งปฏิกูล ไว้ภายในร่างกายนี้เต็มไปด้วย ความสกปรกโสโครก เต็มไปด้วย อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำเลือด น้ำ หนอง ตับไต ไส้ พุง เป็นต้น ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของพระอาจารย์หลุย จนฺทสาโร
บาปบุญ คุณโทษ มีจริง นรกสวรรค์ มีจริงพระนิพพานมีจริง เหตุอย่างไร  ผลก็เป็นอย่างนั้น ฉะนั้น มนุษย์ รีบสร้างบารมี คือ ทำบุญรักษาศีล ให้ทานและภาวนาดีกว่า ที่มาเป็นมนุษย์สมบัติ พบพระพุทธศาสนาแล้ว ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์  จงสร้างบารมีอย่างเต็มที่ ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร
ความตายนี้พระพุทธเจ้าพระองค์สอนไว้ว่า ให้นึกบ่อยๆ นึกจนมันเห็นแล้วก็นึกจนมันเข้าใจลึกซึ้ง จนเกิดความสลดสังเวชในมรณะ  ถ้าผู้ใดภาวนามรณากรรมฐานจนเกิดขึ้น จิตใจสงบระงับ ตั้งมั่นเป็นสมาธิภาวนาก็ดี หรือ มีความสลดสังเวช ในมรณภัย จิตใจ จะเปลี่ยนแปลงไป ความโกรธ ก็จะเบาบาง เลิกได้ละได้ ความโลภ ความอยากได้ในใจ ความหลงในจิตใจ ก็จะเลิกได้ ละได้ เพราะความตายนั้น เมื่อมาถึงบุคคลใด บุคคลผู้นั้นจำเป็นต้องตาย ไม่มีข้อยกเว้น ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร
พระพุทธเจ้าท่านจึงให้ปล่อยวาง อย่าไปยึดถือตัวกูของกู ตัวเราของเรา มันเป็นเพียงสมมุติให้เป็นตัวเรา ของเราเท่านั้นแหละ ธาตุแท้ มันไม่ได้เป็นของใครเมื่อมีเหตุปัจจัยเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นอย่างนี้ เมื่อหมด เหตุปัจจัย มันไปไหน ก็ละลายลงสู่ พื้นแผ่นดิน ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของครูบาพรหมา พฺรหฺมจฺกโก
ถ้าจะว่าตามสมมติธรรมแล้ว  คำว่าตัวของเรา ก็ได้แก่ธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ มาผสมกัน ทั้งอากาศ ธาตุ  วิญญาณธาตุ  มีตัญหา อุปาทาน เข้ามายึดถือ ให้เกิดความสำคัญมั่นหมาย และบังคับให้เป็นไป มีประการต่างๆ ตามอำนาจของกิเลส อันเป็นเหตุแห่งทุกข์ จนไม่มีที่สิ้นสุด ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล
หลักธรรมที่แท้จริงคือ จิต จิตของเราทุกคนนั่นแหละ  คือ หลักธรรมสูงสุด ที่อยู่ในจิตใจของเรา นอกจาก นั้นแล้ว มันไม่มีหลักธรรม ใดๆเลย ขอให้เลิกละ การคิด และ การอธิบาย ให้หมดสิ้น จิตในจิตก็เหลือแต่ ความบริสุทธิ์ ซึ่งมีประจำอยู่แล้วในทุกคน การละกิเลสจึงควรจะละที่จิต ..........(อ่านต่อ)

คำสอนของหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
"เรือที่นายช่าง ต่อดีแล้ว อย่างแข็งแรง เมื่อถูกคลื่นทะเลแล้วไม่เสียหายฉันใด จิตของบุคคลใดเมื่อฝึกฝนให้ดีแล้ว คลื่นของกิเลสกระทบเข้า ย่อมไม่หวั่นไหวก็ฉันนั้น" ..........(อ่านต่อ)

 

 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2543-2547 โดย Firstbuddha.com