สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐม ทรงเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์แรกของโลก
หน้าแรก
สมเด็จองค์ปฐม
หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์
รวมคำสอนพระสุปฏิปันโน
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
ธรรมปกิณกะ
บุคคลตัวอย่าง
หมวดบทสวดมนต์
ฤกษ์พรหมประสิทธิ์
หนีนรก
เรื่องจริงอิงนิทาน
มรณานุสติ
พรหมวิหารสี่
ทางสายเข้าสู่พระนิพพาน
ประชาสัมพันธ์


ทางสายเข้าสู่พระนิพพาน

ข้าพเจ้าได้รับความเอื้อเฟื้อไฟล์นี้จาก คุณยุศม์ <s_yus@hotmail.com> ซึ่งท่านได้เล็งเห็นประโยชน์ และมีความเคารพในคำสอนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานข้าพเจ้าขอขอบพระคุณท่าน และขออโมทนาในคุณงามความดีของท่านด้วยครับ

ตอนที่ 1 การทรงอารมณ์เพื่อเข้าถึงพระโสดาบัน
ขอบรรดาท่านพุทธบริษัท พยายามทรงอารมณ์ ให้เป็นสมาธิ โดยการกำหนดรู้ ลมหายใจเข้า หายใจออก เวลาหายใจเข้า รู้อยู่ว่า หายใจเข้า เวลาหายใจออก รู้อยู่ว่า หายใจออก หายใจเข้ายาวหรือสั้น หายใจออกยาวหรือสั้น ก็รู้อยู่ อย่างนี้จัดว่า มีอารมณ์ เป็นสมาธิ ถ้าจะใช้คำภาวนา ก็ให้ใช้ว่า พุทโธ เวลาหายใจเข้า นึกว่า พุท เวลาหายใจออกนึกว่า โธ อย่างนี้ อารมณ์เป็นสมาธิ ขณะใด การที่รู้ลมหายใจเข้า หายใจออก รู้คำภาวนา นั่นเป็น สมาธิ ..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 2 สังโยชน์ของพระโสดาบัน
สำหรับคำแนะนำวันนี้ จะขอตัดตอนต้นไป เพราะเป็นการซ้ำกันบ่อยๆก็ถือว่า เป็นการเริ่มต้นเป็นการเดิน ทางเข้าสู่สายพระนิพพานโดยตรง การปฏิบัติตนให้สู่พระนิพพานนี่ อาจจะต้องพูดกันหลายวันหน่อยเพราะ ว่าเพื่อความเข้าใจของนักปฏิบัติ วันนี้จะยกเรื่องสมาธิทิ้งไป และก็จะไม่ปรารภจริตใดๆทั้งหมด เพราะการเดินทางสาย เข้าสู่พระนิพพาน ต้องเป็นคนมีอารมณ์จิตเข้มแข็ง จะไม่ยอมก้มศรีษะให้แก่กรรมทุกอย่าง มิฉะนั้นแล้ว ท่านทั้งหลาย ก็จะเป็นเหยื่อของนรก เรื่องที่จะพูดกัน ถึงพระนิพพาน ก็ไม่ต้องพูดกัน เราจงรู้ตัวของเรา ..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 3 อารมณ์ของพระโสดาบัน
โอกาสนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ได้พากันสมาทานพระรัตนตรัยแล้ว ต่อไปนี้ขอให้รวบรวมกำลัง ใจให้อยู่ในเขตของกุศล คือ อันดับแรกตั้งใจฟังเสียงขณะที่ได้ยินเสียงชัดรู้เรื่องทุกอย่างทุกถ้อยคำ อย่างนี้ ชื่อว่าจิตเป็น สมาธิ เพราะคำว่า สมาธิ แปลว่า ตั้งใจไว้เฉพาะเหตุใดเหตุหนึ่ง นี่เราตั้งใจฟังเสียง เมื่อฟัง แล้วก็คิดตามเป็นตัว ปัญญา ..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 4 อารมณ์ของพระโสดาบัน และ พระสกิทาคามีมรรค
ต่อไปนี้ ก็ขอให้ตั้งใจศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ ในตอนก่อนได้พูดถึงจริยาของการปฏิบัติ ให้เข้าถึงความเป็นพระโสดาบัน แต่ในตอนนั้น รู้สึกว่า จะเป็นของพระโสดาบันขั้นสัตตักขัตตุงมากกว่า ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าเราใช้การพิจารณา

อันดับแรก พิจารณาถึงความตายเป็นอารมณ์ การนึกถึงความตายนี่ บรรดาท่านพุทธบริษัท ต้องถือว่า เป็นจุดสำคัญ ที่เราจะต้องคิดเป็นปกติ ถ้าลงได้คิดถึงความตายแล้ว คนมันก็เลวได้ยากที่เลวๆ นั่นน่ะโดยมาก ไม่ได้นึกถึงความตาย จึงได้ทำความชั่วกันได้ทุกอย่าง..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 5 อารมณ์ของพระโสดาบัน และ พระสกิทาคามีมรรค (ต่อ)
โอกาสนี้บรรดาท่านพุทธบริษัท ได้พากันสมาทานพระรัตนตรัยแล้ว สำหรับวันนี้ ก็จะพูดต่อเมื่อวันวาน แต่การเริ่มต้น ก็ขอให้ทุกคนพยายามฝึกฝนอารมณ์ไว้ วิธีการกำหนดรู้ ลมหายใจเข้าหายใจออก นี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออกนี่ เป็นการระงับอาการฟุ้งซ่านของจิต เราอธิบายกันมามาก พูดกันมามาก ไม่อยากจะอธิบายซ้ำ ไม่อยากจะพูดซ้ำ ..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 6 การเข้าถึงพระสกิทาคามีมรรค
คำว่า พระสกิทาคามีมรรค ก็หมายความ ถึงว่าผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็น พระสกิทาคามีผล อันนี้อารมณ์จะต้องเลยพระโสดาบันมาแล้ว เพราะว่าพระโสดาบันทรงคุณธรรม 4 ประการ คือนึกถึงพระพุทธเจ้าเคารพ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และมีศีลบริสุทธิ์ ส่วนแถมที่เกินก็คือ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์นี่หมาย ถึงว่ามีความมั่นคงจริง ๆ ..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 7 การปฏิบัติเพื่อพระอนาคามีมรรค
สำหรับวันนี้ก็จะขออธิบายเรื่องการปฏิบัติถึงการเป็นพระอนาคามีมรรค เป็นการสืบต่อจากวันก่อนก็เพราะว่า บรรดาท่านพุทธบริษัท จะศึกษาในการปฏิบัติหรือว่าเวลาที่น้อมจิตหรือพิจารณาพระกรรมฐาน ในด้านการปฏิบัติ ตามแบบฉบับที่เขาปฏิบัติกันมา ในอันดับแรกให้ทวนต้นไว้เสมอ เพื่อทรงอารมณ์ให้เป็นปกติ ผลแห่งการปฏิบัติที่ จะมีผลจริงๆนี่ เราหมายถึงว่า เอาผลกันจริงๆ ไม่ใช่สักแต่ว่า ทำ นั่นเขาใช้อารมณ์พิจารณาเป็นสำคัญ การใช้อารมณ์ภาวนานี่ เป็นการยับยั้งจิต ไม่ให้มีอารมณ์ฟุ้งซ่าน เท่านั้นเอง ตอนนั้น การยับยั้งจิต ให้มีอารมณ์ไม่ฟุ้งซ่าน เป็นอารมณ์ของฌาน เป็นบันไดที่จะก้าวไปสู่ วิปัสสนาญาณ การทรง จิตเป็นฌาน ยังไม่ใช่มรรค ไม่ใช่ผล แต่ทว่า เราก็ทิ้งไม่ได้ นักปฏิบัติต้องประกอบกิจ 3 อย่าง พร้อมกัน คือ..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 8 การปฏิบัติเพื่อพระอนาคามีมรรค ตัดกามฉันทะ
สำหรับวันนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ได้พากันสมาทานพระรัตนตรัยแล้ว ต่อไปขอให้ตั้งกายให้ตรง ดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ ลมหายใจเข้า หายใจออก เวลาหายใจเข้ารู้อยู่ว่า ลมหายใจเข้า เวลาหายใจออก รู้อยู่ว่า หายใจออก เวลาหายใจเข้า ยาวหรือสั้น หายใจออก ยาวหรือสั้น ให้พยายามรู้อยู่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการ ควบคุมสติสัมปชัญญะ เพราะว่า การเจริญสมาธิ มีความสำคัญอยู่ก็คือ ..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 9 การปฏิบัติเพื่อพระอนาคามีมรรค ตัดกามฉันทะ (ต่อ)
สำหรับอนาคามีมรรคนี่ ก็มีอาการฝึกในการตัด กามฉันทะ กับตัด พยาบาท หรือว่า ปฏิฆะ เรียกว่า ตัดความโกรธ ความพยาบาทให้หมดสิ้นไป ฉะนั้นการเจริญอารมณ์ให้ เข้าถึงพระอนาคามีมรรค หรือว่าพระอนาคามีผล ก็จำเป็น ต้องรวบรวมกำลังสมาธิ จิตให้มีความแก่กล้า มีการทรงตัว มีความเข้มแข็ง และถ้า เราจะกล่าวกันไปว่า ถ้าปฏิบัติ มาตามลำดับ กว่าจะ เข้าถึง พระสกิทาคามีสมาธิ มันก็เริ่มเข้มแข็งแล้ว เพราะว่า เราก็ปฏิบัติมา ตามลำดับ หมายถึงว่า การที่เป็นพระสกิทาคามี ได้นั้น ก็ต้องบรรเทาความโลภ บรรเทาความโกรธ บรรเทาความหลง ทีนี้การบรรเทาความโลภ บรรเทาความโกรธ บรรเทาความหลง ได้ ก็เรียกว่า ความโลภ ความโกรธ ความหลง ยังมีอยู่ แต่เหลือน้อยเต็มที ..........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 10 พระอนาคามีมรรค ตัดกามฉันทะ (ต่อ)
โอกาสนี้บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ได้พากันสมาทานพระรัตนตรัยแล้ว ต่อนี้ไปก็เป็นโอกาสที่จะสดับ คำแนะนำในการเจริญพระกรรมฐาน สำหรับวันนี้ก็จะได้พูดถึง พระอนาคามีมรรคต่อ

เมื่อวานนี้ เราได้พูดกันถึง การระงับอารมณ์ของราคะ หรือกามฉันทะ ได้แก่ ความพอใจในกาม การที่จะทำลายกามฉันทะได้ ก็ต้องอาศัย เหตุสองประการร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านของสมถะภาวนา ก็ ต้องใช้ กายคตานุสติ พิจารณาร่างกายคืออาการ 32 บวกกับอสุภกรรมฐานเห็นว่า ร่างกายเราก็ดีร่างกาย ของบุคคลอื่นก็ดี มีแต่ความสกปรกเป็นของไม่น่ารัก เป็นที่น่ารังเกียจ นี่เป็นด้านสมถะภาวนา .........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 11 สรุปการปฏิบัติเพื่ออนาคามีผล
อันดับต่อไปนี้ จะขอพูดสรุป ในการปฏิบัติของ พระอนาคามีมรรค เพื่อให้เข้าถึง อนาคามีผล สำหรับพระอนาคามี ตัดสังโยชน์ 2 คือ กามฉันทะ กับ ปฏิฆะ .........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 12 อนุโลมและปฏิโลม
สำหรับเวลานี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายได้พากันสมาทานพระรัตนตรัยแล้ว สำหรับวันนี้ก็จะพูดเรื่อง อนุโลมและปฏิโลม เพราะว่า ย้อนถอยหลังไปตั้งแต่ต้น ถึงอนาคามี เพื่อเป็นการสำรวมจิต การปฏิบัติพระกรรมฐาน เขาต้องปฏิบัติกันแบบนี้ เพราะว่า สำหรับวันนี้ หรือขณะนี้เราทำถึงอะไร วันต่อไป ที่จะทำต่อก็ ต้องตรวจจิตเสียก่อน ว่าอารมณ์เดิมที่เราปฏิบัติมันทรงอยู่หรือเปล่า หรือว่าการปฏิบัติก้าวสูงขึ้นไป ก็ต้อง กลับหลังมาดูใหม่ ถอยหน้า ถอยหลัง สำรวจอารมณ์จิต ว่าจิตที่เราปฏิบัติมาแล้วมันมีความบริสุทธิ์ตามลำ ดับตามสมควรหรือไม่ หรือว่ามีข้อใดข้อหนึ่งจุดใดจุดหนึ่งที่เรายังบกพร่องอยู่ จะได้ปรับปรุงอารมณ์จิตให้ มันดีให้สะอาดสม่ำเสมอควรแก่ผลที่จะพึงได้ .........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 13 ทบทวนวิธีการปฏิบัติ
สำหรับวันนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายได้พากันสมาทานพระรัตนตรัยแล้ว ต่อไปขอได้โปรดตั้งใจศึกษาธรรมะปฏิบัติ เพื่อความสุขของจิต ต่อไป

สำหรับการที่จะศึกษาต่อก็ขอทบทวนต้น เป็นการแนะนำตามวิธีการ ปฏิบัติที่แท้จริง เพราะการปฏิบัติพระ กรรมฐานจริงๆ ที่เขาทำกันได้ เมื่อเริ่มใหม่ๆ เขาจะทวนจากของเก่าไปก่อน พยายามทรงอารมณ์ของเดิมที่ได้แล้ว ตามลำดับไปถึงที่สุดที่เราพึงได้แล้วจึงจะทำต่อ .........(อ่านต่อ)

ตอนที่ 14 ทบทวนความรู้เดิม
โอกาสนี้ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ได้สมาทานศีลสมาทานพระกรรมฐานแล้ว วันนี้เราก็มาทบทวนความรู้เดิมกันอีก และก็จะต่อไปถึงอรหัตมรรคเบื้องต้น .........(อ่านต่อ)

 

 
© สงวนลิขสิทธิ์ 2543-2547 โดย Firstbuddha.com