พระพุทธโฆษาจารย์ อยุธยา


(เล่าเมื่อ 10 สิงหาคา 2517)

วันหนึ่ง เห็นพระ 2 องค์ เป็นหลวงพ่อปานองค์หนึ่ง อีกองค์หนึ่งไม่รู้จัก แต่ก็คล้าย ๆ จะรู้จัก พอเข้ามาถึง ก็ถามท่านว่า หลวงพ่อเนียมใช่ไหม หลวงพ่อปานก็บอกว่า แกพูดถึงใครล่ะเมื่อตอนเย็น ตอบท่านว่า พูดถึง พระพุทธโฆษาจารย์ อยุธยา ท่านพุทธโฆษาจารย์ อยุธยา ท่านพยากรณ์เหตุการณ์ สมัยรัตนโกสินทร์ ไว้ 10 รัชกาล (รายละเอียดมีในหนังสือพระเมตตา 1 แล้ว)

เมื่อองค์พยากรณ์ท่านมา ก็เลยนึกถึงเรื่องที่คุยกันมาว่า เวลานี้เราก็รู้แล้วว่า ทหารของไอ้พวกศัตรูมันเข้า มาตั้ง 6 กองพันแล้วในปีนี้ มันแทรกเข้ามา ไม่ได้ซึมหรอก มันเดินโทงๆ เข้ามาทีละคนสองคนไม่ได้ถือ อาวุธมาด้วย มาอย่างนักธุรกิจธรรมดา ทำเป็นชาวบ้านไปหาผักหาปลา ก็ไม่มีใครสนใจ

วันนั้นที่เราผ่านไปทางลำปางนะ ฉันนั่งอยู่ก็มีคนย่องเข้ามาคุยบอกว่า ระหว่างทางที่ผ่านมาน่ะ ไอ้พวกฝ่าย ตรงกันข้ามอยู่กันเต็มเลย อยู่กันเป็นหย่อม ๆ เป็นจุด ๆ อยู่อย่างชาวบ้านธรรมดาอาศัย อยู่โดยการปลูก ผัก ปลูกหญ้า ฉันเลยกลัวจะเป็นอย่างลาว อย่างเขมร ท่านก็บอกว่า ไม่ถึงอย่างนั้นหรอก บารมีมัน 2 ชั้น คือ รัชกาลที่ 10 พระเจ้าลูกยาเธอเข้ามาด้วย

พระพุทธโฆษาจารย์ อยุธยา ท่านทายถูกมา 9 รัชกาลแล้ว เหลืออีก 1 รัชกาล ถ้าผิดก็ซวย ท่านย้ำอีกว่า

ตั้งแต่รัชกาลที่ 10 ไปแล้ว ฉันไม่พยากรณ์ เพราะเหตุการณ์เป็นปกติ แล้วจะรวยมาก ประเทศเราจะรวยมาก

ฉันว่า ต่อไปรวยกว่าอเมริกา จะรวยกว่า หรือไม่รวยกว่า เรานึกเสียว่า เรารวยกว่าก็สิ้นเรื่อง แต่ท่านบอกว่าตั้งแต่ สมัยกลางรัชกาลที่ 10 ไป ประเทศเรา จะสมบูรณ์บริบูรณ์มาก คือว่า เวลานี้มันตก ถึงที่สุดแล้วนะ ไอ้คนที่ตกต้นไม้หล่นตุ้บลงมา โคนต้นมันหล่นต่อไปไม่ได้ มันก็ต้องไต่ขึ้นไปใช่ไหม อีตอนไต่ขึ้นนี่ คงฟัดกันแหลก แต่ท่านก็บอกไว้นานแล้วนะ ตั้งแต่ปี 13 ว่า พวกข้าศึกถ้าเคลื่อนที่เข้ามา ถึงสระบุรีเมื่อไรก็จบเกมกัน กวาดล้างได้หมด

พระพุทธโฆษาจารย์องค์นี้น่ะ ท่าทางสง่าดีมาก อายุมาก ไม่รู้จะเปรียบกับใคร ท่าทางสง่าจริงๆ สมกับที่คิดว่า ท่านเป็นอรหันต์ปฏิสัมภิทาญาณ แต่โดยมากแล้ว พวกปฏิสัมภิทาญาณนี่ เขาไม่จ๋องนี่ ไม่จ๋องมาตั้งแต่อภิญญา 6 ไปแล้ว เขาไม่มีท่าทางจ๋อง ก้มหลังไม่ลง จะเล็กก็เล็กไม่ลง

 

 

     
© สงวนลิขสิทธิ์ 2543-2551 โดย Firstbuddha.com